
แต่ระยะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และปีที่แล้ว ปัญหาเรื่องไฟป่าและหมอกควัน ลดลงและเบาบางลง ทุกๆปี
กำนันตำบลรวมไทยพัฒนา
หนึ่งในผู้ปลูกอะโวคาโดแปลงใหญ่ ของอำเภอพบพระ
เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา
การ ปลูกพืชล้มลุก มันไม่ยั่งยืน เลยหันมาปลูกสวน ผสมประสาน จำนวน 50 ไร่ มีทุเรียน มะม่วง อะโวคาโด น้อยหน่า ขนุน ไผ่หวาน กาแฟ เงาะ โดยปลูกกล้วยเป็นร่มเงามีกล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง ขุดบ่อ เก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เลี้ยงปลา และ ปลุกหม่อนเลี้ยงไหม เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ปลูกผักสวนครัวไว้กินเหลือก็ขาย
กำนันตำบลรวมไทยพัฒนา กล่าว่า
ตนเอง ปลูกอะโวคาโดมา 3 ปีแล้ว ครั้งแรกปลูกอะโวคาโด300 ต้น ปีนี้ปลูกอีก200ต้น รวมแล้วมีอะโวคาโด 500 ต้น
การปลูกอะโวคาโด ลดปัญหา ในการเผาที่ไร่ และที่ทำกินจะทำให้ลดปัญหาโลกร้อน และปัญหาไฟป่าหมอกควัน
และเป็นการสร้างเสริมรายได้ให้กับชุมชนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลรวมไทยพัฒนา สร้างเสริมรายได้ แบบยั่งยืน
ในพื้นที่ตำบลไทยพัฒนา ปลูกอะโวคาโดทุกหมู่บ้านเกือบทุกครัวเรือนมีการปลูกอะโวคาโด
ทำให้ 2-3 ปีที่ผ่านมาปัญหาการเผาไร่ หรือที่ทำกินลดน้อยลง ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ตำบลโนนไทยก็ลดน้อยลง
จึงขอเชิญชวน ให้พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ตำบลรวมไทยพัฒนา ช่วยกันเพิ่มพื้นที่ปลูกไม้ยืนต้น ประเภทสร้างรายได้ ไม่จำเป็น จะต้องเป็นอะโวคาโด เป็นไม้ผลชนิดใดก็ได้ ที่ตนเองชอบ ลดปัญหาการปลูกพืชล้มลุก ลดปัญหาการเผาไร่ลดปัญหาโลกร้อน ลดปัญหาหมอกควัน และเป็นการ ป่าชุมชน สร้างธรรมชาติ เป็นสถานที่ ท่องเที่ยว เรื่องธรรมชาติ วิถีชีวิตเกษตรกรรม สร้างเสริมรายได้อย่างยั่งยืนและตลอดไป
ชวลิต วิกุลชัยกิจ/รายงาน